About

About
woywhyweb

slider

Recent

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

คลังบทความของบล็อก

Navigation

เงินมองโกเลียอ่อนค่าจนกลายเป็นสกุลเงินที่มีความสามารถชำระหนี้ต่ำที่สุดในโลก


บีบีซีไทย - BBC Thai

เงินมองโกเลียอ่อนค่าจนกลายเป็นสกุลเงินที่มีความสามารถชำระหนี้ต่ำที่สุดในโลก

ขณะนี้มองโกเลียกำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้า ถึงขั้นหาก “เจงกีสข่าน” ยังมีชีวิตก็อาจรับมือไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับตัวลดลงอย่างหนักของค่าเงินตูกริก ขณะที่รัฐบาลยอมรับว่ากำลังอยู่ในห้วงวิกฤตเศรษฐกิจ และอาจไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนทหารและข้าราชการ

ข้อมูลจากบลูมเบิร์กชี้ว่า เงินสกุลตูกริกของมองโกเลียอ่อนค่าลงไปแล้วราว 7.8% ในเดือนนี้ จนกลายเป็นสกุลเงินที่มีความสามารถในการชำระหนี้ต่ำที่สุดในโลก

ที่ผ่านมาในยุคที่กิจการเหมืองแร่เฟื่องฟูในช่วงปี 2554 มองโกเลียเคยเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตรวดเร็วที่สุดในโลก และมีอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจราว 17.5% โดยมองโกเลียซึ่งแม้จะเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่ก็มีสินแร่มีมูลค่าทั้งทองคำ ทองแดงและถ่านหิน อย่างไรก็ดี การปรับตัวลดลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ กับความต้องการที่ลดลงของจีนซึ่งมองโกเลียส่งสินค้าโภคภัณฑ์ไปขายถึง 90% ทำให้เกิดปัญหา จนรัฐบาลต้องออกมายอมรับว่าประเทศกำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงวิกฤตเศรษฐกิจ

นอกจากนี้รัฐมนตรีคลังมองโกเลียเพิ่งกล่าวทางโทรทัศน์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่ารัฐบาลคงไม่มีเงินพอที่จะจ่ายเป็นเงินเดือนให้กับทหารและข้าราชการได้

อย่างไรก็ดี การดำเนินนโยบายของรัฐบาลเองก็มีส่วนทำให้สภาพปัญหาร้ายแรงขึ้น โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายด้านการลงทุนและความตกลงในการทำเหมือง ทำให้กิจการต่างชาติหลายรายพากันถอนการลงทุน ตัวเลขจากกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การลงทุนทางตรงจากต่างชาติในมองโกเลียนับตั้งแต่ปี 2554 จนถึงไตรมาสแรกของปีที่แล้วลดลงไปถึง 85%

ในด้านการเมือง พรรคพีเพิ่ล เพิ่งชนะการเลือกตั้งไปเมื่อต้นปีนี้ หลังจากประชาชนพากันแหนงหน่ายที่พรรคเดโมแครตซึ่งเป็นรัฐบาลมายาวนานแต่กลับจัดการปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ทว่าอนาคตของรัฐบาลปัจจุบันก็ยังคงต้องเผชิญขวากหนาม เพราะมองโกเลียอยู่ในสภาพขาดเงิน และมีหนี้สินจำนวนมหาศาลถึงเกือบ 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางการคาดการณ์ว่ามองโกเลียอาจผิดนัดชำระหนี้และต้องขอความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อไม่ให้ตกอยู่ภาวะล้มละลาย และปรากฏด้วยว่าขณะนี้ผู้แทนกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ก็ได้เดินทางไปรอยังกรุงอูลานบาตอร์แล้ว





Share
Banner

Post A Comment:

0 comments: